|
มะอู้
|
 |
« เมื่อ: พฤษภาคม 02, 2011, 03:31:11 pm » |
|
บทนำ
พฤษภาคม 2541 ฤดูร้อนปีที่ 18 ของไอรวินทร์ ณ บ้านปีกไม้
เด็กหนุ่มรูปร่างปราดเปรียว หน้าคม คิ้วเข้ม ยืนอิงหลังกับลำต้นสูงใหญ่ของต้นไม้ที่ผลิดอกสีเหลืองเป็นช่อตามก้านใบห้อยเป็นพวงลงล่าง ทุกครั้งยามเมื่อมันผลิดอกสีเหลืองเมื่อใด ใบสีเขียวและกลุ่มดอกบางส่วนจะร่วงโรย โปรยปรายคลุมหน้าพื้นดินราวกับผืนพรมสีเหลือง
เขาทอดอารมณ์ลำพัง เหม่อมองสายน้ำที่ทอดสายยาว เรือเครื่องหลายลำจากแควใหญ่แล่นผ่านจนผืนน้ำกระเพื่อมซัดเข้าหาฝั่ง ในเวลานั้นจิตใจของเขาล่องลอยไกล กลับมารู้สึกอีกครั้งเมื่อน้ำกระเซ็นถูกปลายรองเท้าผ้าใบ เขาแค่ก้มดูปลายรองเท้าที่เปียกน้ำ แล้วเงยหน้ามองเหลือบไรสีส้มผสมทองจากดวงอาทิตย์ที่กำลังเคลื่อนตัวลงทางทิศตะวันตก ลมพัดเย็นวูบหอบเอากลิ่นไอเย็นๆ ของสายน้ำแตะจมูก พลันนึกถึงภาพในอดีตที่ซ้อนทับเข้ามา
ทว่าอดีตนั้นใครอยากจำมันบ้าง...
แน่ละว่าเขาคนหนึ่งไม่อยากจำและไม่อยากพูดถึงมัน...
การที่เขามาอยู่ที่บ้านปีกไม้ในวันนี้ เขามาเพื่อลา ไม่ได้มาเพื่อนึกทบทวนถึงอดีตของมันเมื่อครั้งหนึ่งที่เขาและครอบครัวเคยใช้ชีวิตอยู่ที่บ้านหลังนี้ในฐานะเจ้าของ
แต่วันนี้ไม่ใช่!
เขาและครอบครัวของเขาไม่ใช่เจ้าของมันอีกต่อไป!
“พี่วิน”
ไอรวินทร์ตื่นจากห้วงความคิดด้วยน้ำเสียงกังวานใสของหวันยิหวาเด็กสาววัย 15 ปี บุตรสาวของเจ้าของบ้านปีกไม้คนปัจจุบัน
“ยิหวามาอยู่ที่นี่ได้ไง”
“ยิหวามากับคุณแม่ ตอนนี้คุณแม่กำลังคุยกับคนดูแลบ้าน”
“คุยทำไม”
“ได้ยินว่าเพื่อนคุณแม่จะมา คุณแม่ก็เลยคิดว่าจะมาค้างที่นี่ซักสองสามวันกับเพื่อนๆ คะ ก็เลยจะให้คนดูแลบ้านจัดเตรียมห้องไว้ให้ก่อน”
“อืม” เขาพยักหน้าแล้วกลับมาทอดสายตามองผืนน้ำเบื้อหน้าดังเดิม
“แล้วพี่วินล่ะคะทำไมมาอยู่ที่นี่”
ไอรวินทร์กอดอกเอนหลังกับลำต้นสูงใหญ่ของต้นคูณ มองแพไม้ที่ถูกลากโดยเรือเครื่องกำลังลอยผ่านไป พลางคิดจะบอกอย่างไร ว่าเขามาที่นี่เพราะอยากมาเห็นมันเป็นครั้งสุดท้ายก่อนออกเดินทางเข้ากรุงเทพเพื่อศึกษาต่อ
“พี่เคยได้ยินว่าแถวนี้มีบ้านสวยๆ เยอะเลยอยากมาเห็นกับตาซักครั้งว่าจะจริงอย่างที่พี่เคยได้ยินมามั้ย”
“บ้านสวยๆ” เด็กสาวขมวดคิ้วแล้วอมยิ้ม “บ้านปีกไม้ของคุณพ่อนี่เหรอคะ แหม มันบังเอิญยังไงก็ไม่รู้สิคะ”
“บังเอิญยังไง?” เขาหันมาถาม
“อย่างแรกคุณพ่อบอกกับคุณแม่ว่าน่าจะพาเพื่อนๆ มาพักที่บ้านหลังนี้เพราะมันถูกปิดมานาน อย่างที่สองคุณแม่ก็บอกว่าเราน่าจะจัดเตรียมที่ทางไว้รอรับเพื่อนๆ ของคุณแม่”
“แล้วอะไรคือความบังเอิญที่ยิหวาว่า”
“แหม... ที่ยิหวาว่าบังเอิญก็เพราะวันนี้ที่จริงพี่วินจะต้องไปอยู่ที่สถานีขนส่งเพื่อเดินทางเข้ากรุงเทพฯ แต่พี่วินกลับมาอยู่ที่นี่ ที่บ้านปีกไม้ของคุณพ่อยิหวา บ้านที่คุณพ่อได้มาจากเพื่อนคนหนึ่งด้วยความบังเอิญเช่นกัน เห็นมั้ยคะว่าอะไรๆ ก็บังเอิญไปเสียหมด”
“เฮอะ บังเอิญมากเสียด้วย”
ไอรวินทร์แค่นเสียงกลอกตามองฟ้า เขาถูกคำว่า ‘บังเอิญ’ ของหวันยิหวาเล่นงานเสียแล้ว สำหรับตัวเขาแล้ว มันไม่ใช่ความบังเอิญแต่อย่างใด มันคือความตั้งใจที่จะมายังบ้านปีกไม้ แต่การมาเจอหวันยิหวาที่นี่ต่างหากที่เรียกว่าความบังเอิญ
“ไหนๆ ก็บังเอิญพบกันแล้ว ดีเลยค่ะ ยิหวามีของอยากให้พี่วินเหมือนกัน ก็พี่วินนะเล่นออกมาตั้งแต่เช้า ยิหวายังคิดอยู่เลยว่าป่านนี้พี่วินคงจะถึงกรุงเทพฯ แล้ว แต่ที่ไหนได้พี่วินกลับมาเตร็ดเตร่จนเย็นอยู่แถวนี้นี่เอง” เธอเอ่ยทำหน้าตูม
“มีของจะให้พี่ อะไรเหรอ” เขายื่นมาตรงหน้าหวันยิหวาที่กำลังยุกยิกค้นในกระเป๋าสะพาย ยิ่งทำให้เขาตื่นเต้นหนัก ว่าหวันยิหวาจะมีอะไรมาเซอร์ไพรส์หรือไม่
“อ๊ะ เจอแล้ว!” เธอร้องบอกเสียงดัง หยิบกิ๊บผมหนีบผมก้านสีเงินเล็กๆ ลายผีเสื้อออกมา แล้วหนีบเข้าที่สาบเสื้อของไอรวินทร์แล้วพูดว่า “พี่วินรู้มั้ยว่าผีเสื้อของยิหวาหมายถึงความอิสระ ต่อไปนี้พี่วินจะมีอิสระ อยากทำอะไรก็ได้ อยากไปไหนก็ได้ตามใจตัวเอง และที่สำคัญ พี่วินไม่ต้องถูกคุณแม่คอยดุคอยว่าอีกแล้ว”
ไอรวินทร์อึ้งไปชั่วขณะหนึ่ง เพราะเขาไม่รู้ว่ากิ๊บผีเสื้อที่หวันยิหวาให้หมายถึงอะไร แต่พอเขาได้รู้ว่าหมายถึงสิ่งที่เขาต้องการตลอดมาในระยะเวลาที่อยู่ในบ้านธีรธรรม เขารู้สึกเหมือนถูกปลดปล่อย จากร่องรอยบาดแผลในอดีตที่กักขังเขาไว้
“ขอบใจนะ” ไอรวินทร์คว้าข้อมือหวันยิหวา วางมือเธอไว้ที่หน้าอก บอกให้รู้ว่าเขารู้สึกขอบคุณเธออย่างจริงใจจริงๆ
“ไม่เป็นไรค่ะ ยิหวารู้สึกยังไงก็พูดตามนั้น” เธอยิ้มแล้วชักมือกลับ “ยิหวามานานแล้ว ยิหวากลับไปก่อนนะคะเดี๋ยวคุณแม่จะตามหา”
“เดี๋ยวสิยิหวา!” เขาดึงมือเธอไว้ รู้สึกถึงกระแสไหลบ่าของชีพจรที่เต้นกระตุกที่ฝ่ามือ เขาจึงรีบปล่อยมือของเธอ
“อะไรคะ” เธอถามเมื่อเห็นท่าทางแปลกๆ ของเขา
“พี่... พี่ดีใจที่ยิหวาให้กิ๊บนี่กับพี่” เขาพูดติดๆ ขัดๆ เพราะอยู่ๆ ก็รู้สึกตื่นเต้น “แต่พี่... พี่... ไม่มีอะไรจะให้ยิหวาเป็นการตอบแทน”
เธออมยิ้มเหมือนเคย “ยิหวาให้ ไม่ได้ให้เพราะอยากได้สิ่งตอบแทน แต่ให้เพราะดีใจที่พี่วินสามารถทำความฝันของตัวเองได้สำเร็จ”
“ความฝันของพี่? พี่แค่ทำสิ่งที่ตัวเองควรทำ”
“ค่ะ แต่พี่วินคงไม่ปฏิเสธใช่มั้ย ที่พยายามมากมายขนาดนี้เพราะอยากไปเรียนต่อในที่ที่ตั้งใจไว้ ถ้าไม่ฝันไว้ ป่านนี้พี่วินก็คงจะเลือกเรียนแถวบ้านเรามากกว่ากรุงเทพฯ”
“แต่มันแค่กรุงเทพ ไม่ได้ไปไหนไกลเลยนะ”
“ใช่ค่ะ แต่ก็คนละจังหวัดอยู่ดี” เธอค้าน เพราะเธอเป็นคนหนึ่งที่รู้สึกเศร้าไม่น้อย เมื่อไอรวินทร์ตัดสินใจเดินทางไกล
“ไกลกันนิดเดียวเอง นั่งรถไม่กี่ชั่วโมงก็ถึง แล้วพี่แค่ไปเรียน ยังไงก็ต้องกลับมาที่บ้านธีรธรรม เพราะมันคือที่เดียวที่พี่พอจะกลับมาได้”
“ที่เดียวที่พอจะกลับมาได้หมายความว่าไงคะ”
“ก็คุณพ่อของยิหวามีบุญคุณกับพี่ เป็นคนออกค่าใช้จ่ายทุกๆ อย่างให้พี่ แล้วจะให้พี่เนรคุณไม่กลับมาทดแทนบุญคุณได้เหรอ”
“อันนั้นยิหวาก็พอรู้ แต่ยิหวากลัวเหงานี่”
“โธ่” เขาหัวเราะ “ตอนอยู่ที่บ้านธีรธรรมยิหวาแทบไม่ได้คุยกับพี่ แล้วยิหวาจะรู้สึกเหงาได้ยังไง พี่มองไม่เห็นเลยว่ายิหวาจะรู้สึกอย่างนั้น”
เธอทำหน้างอควักค้อนให้อีกฝ่าย
“แต่ยิหวาก็แอบไปให้พี่วินสอนการบ้านให้บ่อยๆ ใช่มั้ยล่ะ แล้วพี่วินไม่อยู่ วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ อังกฤษ ใครจะเป็นคนสอนยิหวาล่ะคะ”
ไอรวินทร์ระเบิดหัวเราะ นั่นสิ หวันยิหวารบกวนเขาเรื่องนี้บ่อยที่สุด วิ่งตามเขาแล้วขอร้องให้สอนกสอนการบ้านให้
“งั้นก็เอาอย่างนี้สิ เวลาเรียนไม่เข้าใจก็ยกมือถามครูหรือไม่ก็ถามเพื่อนที่เขารู้เรื่องมากกว่าเรา พี่ว่ายิหวาน่าจะทำได้นะ”
“โธ่... มันง่ายอย่างที่พี่วินบอกก็ดีหรอกค่ะ แต่เชื่อป่ะ ลองยิหวายกมือขึ้น เพื่อนๆ ในห้องก็จะจ้องมาที่ยิหวาคนเดียว แบบนั้นมันเขินมากเลยนะ”
“โธ่เอ๊ย!” ถึงตาเขาต้องถอนใจบ้างละ เมื่อครู่ยังดีๆ แล้วอยู่ๆ ก็งอแงขึ้นมา เหมือนไม่อยากให้เขาไปอย่างนั้นแหละ “พี่ไม่ได้อยากคุยเรื่องนี้เลยนะ ตอนที่เรียกยิหวาไว้ พี่คิดว่าอยากมีของซักชิ้นให้ยิหวาแค่นั้นเอง ไม่ได้อยากพูดถึงเรื่องการบ้าน หรือเรื่องเราสนิทกันหรือไม่”
“ยิหวาก็ไม่ได้อยากพูดถึง แต่พี่วินเป็นคนเริ่ม... อุ้ย! อะไรคะเนี่ย”
พูดไม่ทันจบไอรวินทร์ก็ถอดสร้อยที่มีป้ายชื่อเล็กๆ ของตัวเองสวมที่คอของหวันยิหวา เธอสะดุ้งตกใจเล็กน้อย เมื่อถูกจู่โจมแบบไม่ทันตั้งตัว
“สร้อยที่พี่ใส่ติดตัวตลอด แค่สแตนเลสน่ะ พี่มีปัญญาหาได้แค่นั้นแหละ”
หวันยิหวายกมือแตะสร้อยสแตนเลสเส้นบางและจี้ที่เป็นป้ายชื่อเล็กๆ ‘ไอรวินทร์’ เธอยิ้มรู้สึกแปลกใจที่ตัวเองชอบของที่ไอรวินทร์ให้
“ให้ยิหวาเหรอ”
“อือ แลกกัน กิ๊บของยิหวากับสร้อยของพี่ มีสร้อยของพี่ยิหวาจะรู้สึกมั่นใจและกล้าถามทุกคนในเรื่องที่ยิหวาไม่เข้าหรืออยากรู้”
“จริงเหรอ” เธอถาม
“จริงสิ พี่ไม่โกหก เก็บมันเอาให้ดีนะอย่าทำมันหาย จะว่าไปมันก็เหมือนกับของที่เป็นตัวแทนของพี่ มีมันก็เหมือนมีพี่อยู่ข้างๆ คอยสอนการบ้านให้”
“แล้วถ้าไม่มีล่ะ”
“ไม่มีมันก็ตัวใครตัวมันก็แล้วกัน” เขาหลิ่วตาให้เธอ
“แบบนั้นได้ไงพี่วิน” หวันยิหวาควงกำปั้นน้อยๆ ซัดที่หน้าอกไอรวินทร์แล้วพูดว่า “จะเก็บไว้ให้ดีเลยล่ะ จะให้อยู่ติดตัวตลอดเวลาไม่ให้หายไปไหน และถ้าพี่วินนึกเสียดายอยากได้มันคืน พี่วินต้องเป็นคนมาบอกกับยิหวาเอง ห้ามใช้ใครมาแทนเด็ดขาด”
“จ้ะ แล้วถ้าพี่ไม่อยากได้มันคืนล่ะยิหวาจะทำยังไง” เขาถาม
“นั่นสิ ลืมคิดเรื่องนี้ไปเลย ถ้าพี่วินไม่อยากได้คืน งั้นก็หมายความว่ายิหวาก็จะเป็นคนเก็บมันเอาไว้เองดีมั้ย”
“ไม่รู้สิ” เขาทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้
“อะไรคะ บอกไม่รู้ได้ไง น่า นะ บอกหน่อยน่าว่าแบบนั้นดีมั้ย”
“ไม่บอก”
“โธ่พี่วินน่ะ น่า นะ บอกหน่อยๆ นิดเดียวก็ได้ว่าความคิดของยิหวาเข้าท่ามั้ย”
“ไม่บอกหรอก ยิหวาอยากรู้ก็ต้องรอจนกว่าพี่จะกลับมา แล้วตอนนั้นพี่จะบอกเองว่าพี่ยังอยากได้สร้อยเส้นนี้คืนมั้ย”
“ทำไมต้องรอล่ะคะ”
“ถ้าไม่รอก็ไม่รู้”
ไอรวินทร์เลิกคิ้วสูงแล้วคลี่ยิ้ม กดดันหวันยิหวาด้วยคำพูดตีรวน หวันยิหวาเม้มปากแน่น อึดอัดชะมัด ความอยากรู้ของเธอมันอัดแน่นในอกจวนระเบิด แต่สุดท้ายถ้าอยากรู้ก็ต้องรอจนกว่าเขาจะกลับมาอย่างนั้นสิ แน่ละ มันมีทางนั้นทางเดียวนี่
“ก็ได้ ยิหวาจะรอก็ได้”
“นอกจากรอแล้วยิหวาต้องเก็บมันเอาไว้จนกว่าพี่จะกลับมา”
“ค่ะ จนกว่าพี่วินจะกลับมา”
“สัญญาสิ”
ไอรวินทร์ยื่นนิ้วก้อยมาตรงหน้าหวันยิหวา เธอลังเลชั่วอึดใจ แต่ก็เกี่ยวนิ้วก้อยกับเขา ให้รู้ว่าคำพูดของเธอ พูดจริง ทำจริง เธอจะรักษาสัญญาและรอจนกว่าเขากลับมาบอกว่าเขาอยากได้ของที่ให้คนอื่นแล้วคืนอีกหรือไม่
“สัญญาค่ะ”+ + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + ฤดูร้อน
2 พฤษภาคม 2554
ปีละวันนั่งหวาดหวั่นอยู่หน้าจอ นึกท้อในใจยังไงไม่รู้ ก็เลยลองค้นคำตอบในใจดู เอ้อ นี่ตูแค่กลัววันพุธต้องไปหาหมอเพื่อรับยา 555+ ฮิ้วๆๆๆ
สิ่งที่กลัวที่สุดคือหมอกับแมว นึกถึงทีไรใจมันหดหู่เหลือเกิน
รักครั้งใหม่ พี่วินกับน้องยิหวา เป็นนิยายที่มีแต่ชื่อมานานโข ยังไม่เคยได้ปรุงแต่งอะไรเลย เลยลองลงแรลลี่ เพื่อจะแต่งจบ อิ อิ อิ
ไอดดอลเราแต่งจบ เราก็อยากแต่งจบเหมือนไอดอลเหมือนกัน อิ อิ อิ ฮิ้วๆๆๆ
|
|
|
|
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 03, 2011, 10:35:19 pm โดย ปีละวัน »
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
ปักษ์ ปฐพี
Newbie

กระทู้: 16
|
 |
« ตอบ #1 เมื่อ: พฤษภาคม 02, 2011, 04:26:07 pm » |
|
เข้ามาให้กำลังใจบัดดี้ครับ 
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
มันไม่มีอะไรที่เป็นนิรันดร์หรอก
|
|
|
|
ปัทว์นรา
|
 |
« ตอบ #2 เมื่อ: พฤษภาคม 02, 2011, 04:33:59 pm » |
|
เขายื่นมาตรงหน้า สอนกสอนการบ้าน มีตั้งพิมพ์ตก และพิมพ์เกินเลยค่ะ  ชอบมากกก ดูบรรยากาศมันน่ารักๆ ยังไงไม่รู้ค่ะ สู้ๆ นะคะพี่โต๊ะ จบ จบ จบ!
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
|
|
มะอู้
|
 |
« ตอบ #4 เมื่อ: พฤษภาคม 02, 2011, 06:59:13 pm » |
|
555+
รับแซ่บกั๊บ
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
สายธาร
|
 |
« ตอบ #5 เมื่อ: พฤษภาคม 03, 2011, 12:21:58 pm » |
|
น้องโต๊ะไม่อู้ น้องโต๊ะไม่อู้ เธอจะไม่อู้อีก เธอจะไม่อู้อีก โย่ ฮ่าๆ พี่มะแงวมาเป็นกำลังใจและกองเชียร์อยู่ในห้องนี่เลย ไม่หนีไปไหน เป็นที่ปรึกษายังได้หากต้องการ อย่าหยุดชะงักนะน้อง หยุดเมื่อใดมันจะต่อไม่ติดเมื่อนั้น สู้ๆ จ้า
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
โลกส่วนตัว...ของคนช่างฝัน
|
|
|
|
สายธาร
|
 |
« ตอบ #6 เมื่อ: พฤษภาคม 03, 2011, 05:43:37 pm » |
|
ยืนอิงหลังกับลำต้นสูงใหญ่ของต้นไม้ที่ผลิดอกสีเหลืองเป็นช่อตามก้านใบห้อยเป็นพวงลงล่าง ทุกครั้งยามเมื่อมันผลิดอกสีเหลืองเมื่อใด ใบสีเขียวและกลุ่มดอกบางส่วนจะร่วงโรย โปรยปรายคลุมหน้าพื้นดินราวกับผืนพรมสีเหลือง
ถ้าเป็นพี่นะจ๊ะ พี่จะเขียนอย่างนี้ --- ยืนเอาหลังพิงกับต้นไม้สูงใหญ่ที่กำลังผลิใบสีเขียวอ่อนตัดกับช่อดอกห้อยระย้าเป็นพวง กลีบดอกที่ร่วงโรยปูบนผิวดินราวกับผืนพรมสีเหลืองสด
ทว่าอดีตนั้นใครอยากจำมันบ้าง... --- ควรบอกเป็นนัยดีไหมว่าเป็นอดีตที่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ (เพราะถ้าอดีตหวานๆ พี่จำแน่ อิอิ)
อืม เขาพยักหน้าแล้วกลับมาทอดสายตามองผืนน้ำเบื้อหน้าดังเดิม --- เบื้องหน้า
มองแพไม้ที่ถูกลากโดยเรือเครื่องกำลังลอยผ่านไป --- มองแพไม้ที่กำลังจะถูกเรือยนต์ลอยผ่านไป (เสนอเฉยๆ นะ พี่ว่าเรือเครื่องมันขัดๆ)
มีของจะให้พี่ อะไรเหรอ เขายื่นมาตรงหน้าหวันยิหวา --- เขายื่นหน้า
หยิบกิ๊บผมหนีบผม --- หยิบกิ๊บหนีบผม (คำจะได้ไม่ซ้ำ)
เป็นกำลังใจจ้า พี่มะแงว
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
โลกส่วนตัว...ของคนช่างฝัน
|
|
|
|
มะอู้
|
 |
« ตอบ #7 เมื่อ: พฤษภาคม 03, 2011, 07:55:39 pm » |
|
รับแซ่บกั๊บ  มาเช็คบ่อยๆ นะคุณพี่นักข่าวมะแงว สู้ๆ
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
loma
|
 |
« ตอบ #8 เมื่อ: พฤษภาคม 03, 2011, 10:50:11 pm » |
|
มานั่งๆ นอนๆ ห้องนี้ คุ้ยนู้นค้นนี่กระจัดกระจาย ไม่รู้จะเอาใจ ไปซ่อนตรงไหนไว้เซอร์ไพรส์เจ้าของห้อง สู้ๆละกัน กองหัวใจไว้หลังห้องหัน ไปเมื่อไหร่ก็เจอ เรื่องเม้นไม่ถนัดเพราะประสบการณ์น้อย แต่เรื่องไร้สาระปรึกษาพี่ได้ทุกเวลา จะรอเฮ ฮาอยู่หน้าห้อง อิ อิ
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
|
|
ไอวินทร์
|
 |
« ตอบ #10 เมื่อ: พฤษภาคม 04, 2011, 11:17:04 pm » |
|
บทนำ มาแย้วววว
ปลื้ม จนน้ำตาจะไหล ฮ่า ฮ่า
รักครั้งใหม่หัวใจดวงเดิม นิยายรักเรื่องไหน คนแต่งนิยายก็สู้ดังเดิม สู้เค้า ๆๆๆ โต๊ะจัง
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
noneko
|
 |
« ตอบ #11 เมื่อ: พฤษภาคม 05, 2011, 01:04:16 am » |
|
มาส่งรอยยิ้ม 
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
มะอู้
|
 |
« ตอบ #12 เมื่อ: พฤษภาคม 05, 2011, 02:53:17 pm » |
|
อารายกันคะพี่โลมา พี่คอป พี่ไอ พี่โนด้วย! จะดีใจปลื้มใจอะไรขนาดนั้น แค่เก๊าเอาบทนำมาลง เดี๋ยวก่อนๆ จะเอาบทที่ 1 มาลง พี่ยกและพี่ดันทั้งหลายจะได้เห็นว่าเก๊าไม่อู้เจงๆ ยางรถยนต์ทำไมไม่หยอดน้ำมัน ให้มันป้าบ ป้าบ ป้าบ ให้มันป้าบ ป้าบ ป้าบ!!!
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
|
|
มะอู้
|
 |
« ตอบ #14 เมื่อ: พฤษภาคม 06, 2011, 09:08:58 pm » |
|
อิ อิ อิ ฉันไม่บอก ไม่บอก ไม่บอก ถึงรู้ก็ไม่บอก ไม่บอก
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|